ผีปอบสิงในค่ายลูกเสือ


เรื่องเล่าเขย่าขวัญ / วันอาทิตย์, พฤษภาคม 6th, 2018

 

เพื่อนๆคงจะเคยได้ยินกับคำโบราณที่ว่า
“ถ้าหากได้ยินเสียงใครทักหรือเรียกในยามค่ำคืน ห้ามทักตอบ”

สวัสดีครับพี่ๆทุกท่าน
วันนี้ผมมีเรื่องสยองขวัญในค่ายลูกเสือจะมาเล่าให้ฟัง
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับตัวของน้องสาวของผมเองครับ ซึ่งแอนกับผมเป็นลูกพี่ลูกน้อง ผมขอเริ่มเรื่องเลยนะครับ

น้องสาวของผมได้ไปเข้าค่ายลูกเสือ-เนตรนารี กับทางโรงเรียน และพอตกดึกในตอนกลางคืน ทุกคนจะต้องมีการเข้าฐานต่างๆ
ใครๆก็คงเคยไปเข้าค่ายนะครับ มันดูไม่มีอะไรน่ากลัวเลย เพราะว่ามีทั้งเพื่อนๆเยอะแยะ และคุณครูเค้าก็จะคอยดูแลเด็กๆตลอด
แต่น้องสาวผม เค้ามาบอกกับผมว่า เวลาไปเข้าฐานทุกอย่างก็เหมือนกัน เพียงแต่ว่า ในตอนที่เข้าแต่ละหมู่เข้าฐานกันอยู่นั้น ตัวน้องสาวผมเค้าก็ได้ยินเสียงเรียกของใครบางคน มาเรียกชื่อน้องสาวผม ซึ่งน้องสาวผมมีชื่อว่า แอน
แอนก็ไม่ได้ใส่ใจและได้ขานรับไปว่า “ห๊ะ!! ” และตัวเพื่อนที่อยู่ข้างๆแอนก็งงว่า “ไอแอนมัน ห๊ะ กับใคร” แต่ก็ไม่มีใครใส่ใจอะไรนัก พอเข้าฐานแต่ละด่านเสร็จก็ไปอาบน้ำและเข้านอน

น้องสาวผมเล่าต่อว่า เมื่อหลับไปได้ซักพักหนึ่ง แอนรู้สึกหายใจไม่ค่อยออกและอึดอัดแบบบอกไม่ถูก แต่พอแอนลืมตาเท่านั้น ภาพที่เห็นคือ คนแก่ รูปร่างผอมแห้ง ผมหยิกรุงรังเป็นสังกะตังสีขาวหงอกหมดทั้งหัว กำลังนั่งทับที่ท้องของแอนอยู่ แอนรู้สึกตกใจกลัวมาก และพยายามร้องให้เพื่อนข้างๆช่วย แอนลองขยับตัวและลองดิ้นแบบแรงๆ แต่ดิ้นเท่าไหร่ก็ดิ้นไม่หลุด แอนร้องตะโกนไป แต่ก็ไม่มีใครได้ยิน ส่วนเพื่อนในเต๊นท์ก็นอนหลับกันหมด แต่ไม่ทันไรนั้น หญิงแก่คนนั้นก็ยิ้มให้แอน แล้วก็ได้ก้มหน้ามาหาแอน พร้อมกับพูดว่า “หน้าตาแบบนี้ เครื่องในน่าจะอร่อย” พอพูดจบ ยายก็ลุกขึ้น พร้อมกับทำท่าจะมุดเข้าไปในท้องของแอน แอนตกใจมาก ร้องตะโกนจนสุดเสียง แต่คราวนี้เสียงก็ดังออกมา ทำให้เพื่อนๆตกใจตื่นกันหมด เลยพากันเข้ามาถามแอนว่าเป็นอะไร
แอนได้แต่ร้องโวยวายจนเกือบเสียสติ คุณครูที่อยู่เวรดึกพอได้ยินเสียงโวยวายก็รีบวิ่งมาดู ต่างช่วยกันดูว่า แอนเป็นอะไร ถามอะไรแต่แอนก็ไม่ยอมตอบ เอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมหยุด จนพาให้ทุกคนตื่นกันหมดค่าย
คุณครูเลยรีบโทรตามรถพยาบาล เพราะกลัวว่าอาจจะเป็นสัตว์มีพิษเข้าไปในเต๊นท์และไปกัดแอน

เพราะคุณครูถามแอนก็ไม่ตอบเอาแต่ร้องไห้ ไม่ยอมพูดจาอะไร พอนำตัวแอนไปส่งถึงโรงพยายบาลได้ไม่นาน พ่อแม่ของแอน หรือก็คือลุงกับป้าของผม ก็ไปถึงที่โรงพยาบาลพอดี
เพราะคุณครูโทรตามให้มาดู พอลุงกับป้ามาก็ถามแอนว่าเป็นอะไร แต่แอนก็ไม่ตอบ ได้แต่ร้องไห้อย่างเดียว คุณหมอก็สันนิษฐานไม่ถูกว่าแอนเป็นอะไร
เพราะไม่มีบาดแผลหรืออาการบาดเจ็บจากอะไรเลย แอนร้องไห้จนเป็นลมสลบไป คุณหมอเลยให้แอนนอนพักที่โรงพยาบาลไปก่อน

ซึ่งตอนนั้นก็ดึกมากแล้ว คุณลุงเลยกลับบ้านไปก่อนเพราะไม่มีคนเฝ้าบ้าน ส่วนคุณป้าก็ไปนอนเฝ้าแอนที่ห้อง ตอนที่คุณป้าเข้าไปในห้องนอนเพื่อเฝ้า
แต่จู่ๆแอนก็ได้ลืมตาขึ้นมา แล้วหันมามองป้า แต่ตอนนั้นป้ายังนอนไม่หลับ ก็ได้เห็นแอนลืมตาขึ้นมา เลยถามไปว่า “เป็นไงบ้างลูก รู้สึกตัวแล้วหรอ”
แอนได้แต่ยิ้ม และพูดกับป้าว่า “มันอร่อยใช้ได้เลยนะ” พอพูดจบแอนก็นอนหลับต่อแบบหน้าตาเฉย

ป้าเจอแบบนี้จึงตกใจมาก เลยรีบโทรไปบอกลุง ซึ่งลุงก็ขับรถยังไม่ถึงบ้าน ได้เลี้ยวรถกลับมาหาป้าทันที ลุงเลยบอกว่ายังไงเดี๋ยวรอให้เช้าก่อน จะพาแอนไปหาหลวงพ่อที่วัดที่ลุงกับป้าชอบไปประจำกัน ซึ่งคืนนั้นลุงกับป้าแทบไม่ได้นอนเลย ด้วยความเป็นห่วงแอน แต่แอนก็เหมือนคนปกติทุกอย่าง พอหมอตรวจแล้วไม่มีอาการอะไรที่ผิดปกติเลย

พอถึงเช้าลุงกับป้าก็พาแอนไปวัด พร้อมกับเรียกญาติๆที่รู้ข่าว ก็ได้พากันตามไปกันด้วย  พอถึงวัดก็รีบพาแอนไปพบกับหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพ่อองค์นี้เป็นที่รู้กันว่า
ท่านเก่งเรื่องวิชาอาคม พอเดินเข้าไปในโบสถ์ ท่านก็พูดออกมาก่อนเลยว่า “กูเตือนมึงก่อนนะ ถ้ามึงยังอยู่ในร่างเค้า กูไม่ปราณีแน่”
ปรากฏว่าแอน จากอาการซึมๆ ก็มีสีหน้าเปลี่ยนไป ตาโต ทำหน้าเหมือนโมโหใคร แล้วแอนก็พูดว่า “ถ้ากูไม่แน่จริง กูอยู่ไม่ถึงตอนนี้หรอก”

พวกลุงกับป้าและญาติๆก็ต่างพากันงง เพราะแอนปกติเป็นคนเรียบร้อย ไม่เคยพูดคำหยาบ
หลวงพ่อก็ไม่รอช้า แกหันไปหยิบขันน้ำมนต์พร้อมกับไม้เรียวออกมา พอท่านร่ายคาถาอะไรเสร็จก็ฟาดลงไปที่หลังของแอน
แต่ไม่ได้ฟาดแบบแรงๆ เรียกว่าเป็นการทาบลงไปเบาๆ ซึ่งไม่ได้ทำให้เจ็บอะไรเลย แต่แอนก็ดิ้นเหมือนใจจะขาด พอลงไปดิ้นที่พื้นสักพัก แอนก็หยุดนิ่ง แล้วได้พูดออกมาว่า
“ดีๆ ทำอย่างนี้แหละกูชอบ มันจะได้ตายไปพร้อมกู กูจะเอามันไปกับกูด้วย พร้อมเสียงหัวเราะ”
หลวงพ่อเลยเดินไปหยิบสร้อยลูกประคำออกมา พร้อมกับร่ายคาถา ร่ายเสร็จก็เอาไปคล้องคอของแอน
พร้อมกับร่ายคาถาแบบไม่หยุด ยิ่งทำให้แอนดิ้นทุรนทุราย ญาติๆก็มาช่วยกันจับ
ไม่น่าเชื่อว่า แอนแรงจะเยอะขนาดต้องใช้ผู้ใหญ่ 2-3 คนถึงจะจับอยู่

หลังจากนั้น หลวงพ่อเลยบอกเด็กวัดว่า “ไปเอาไอ้นั่นมา!!” พูดเหมือนรู้กันว่ามันคืออะไร เด็กวัดก็รีบลุกขึ้นไปในกุฎิ และเดินกลับมาพร้อมกับ
ไหดินขนาดเล็ก ผ้ายันต์อีก 1 แผ่น พอมาถึงมือหลวงพ่อจึงถอดลูกประคำนั้นออก
แต่ก็ไม่น่าเชื่อ ลูกประคำจากสีขาว กลายเป็นสีดำสนิท หลวงพ่อยัดลูกประคำลงไปในไหพร้อมกับนำปิดผ้ายันต์มาปิดไว้ที่ปากไห
และทำปากขมุบขมิบเหมือนท่องคาถาอะไรสักอย่าง ซึ่งตอนที่นำผ้ายันต์ปิดอยู่นั้น ทุกคนยืนยันว่า เห็นยันต์โดนกระทุ้ง
เหมือนกับกบกระโดดชนอยู่ข้างใน สร้างความตกใจให้กับลุงกับป้าและญาติๆเป็นอย่างมาก

ตอนนี้แอนกลับมาเป็นแอนคนเดิมแล้ว หลวงพ่อบอกว่า มันคือผีปอบที่ได้หลุดออกมา จากที่ที่มันเคยอยู่
เพราะมีคนเผลอไปทำของเก่ามันแตก มันก็เลยออกมาได้ มันจะมาเข้าร่างคนที่จิตอ่อนและดวงกำลังตก เพื่อกินตับไตไส้พุง ถ้ามาเร็วก็ไม่มีปัญหา
แต่ถ้ามาช้าก็อาจจะสายเกินไป ส่วนไหขนาดเล็ก หลวงพ่อได้นำไปฝังไว้ที่ป้าช้าหลังวัด
พอกราบลาหลวงพ่อ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านโดยสวัสดิภาพ

 

อ่านเรื่องราวหลอนๆต่อได้ ที่นี่